เอฟเวอร์ตัน โดนหัก 10 แต้ม จากระบบการเงินที่ติดหนี้
Home » Sports » เอฟเวอร์ตัน โดนหัก 10 แต้ม จากระบบการเงินที่ติดหนี้
เอฟเวอร์ตัน โดนหัก 10 แต้ม จากระบบการเงินที่ติดหนี้

เอฟเวอร์ตัน โดนหัก 10 แต้ม ทำให้พวกเขาหล่นไปอยู่รองบ๊วยทันที นี่เป็นเรื่องน่าตกใจ เพราะตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมา 31 ปี ไม่เคยมีการตัดแต้มเยอะมากขนาดนี้ เอฟเวอร์ตันกำลังจะอุทธรณ์ แต่แนวโน้มแล้วรอดยาก เรื่องราวเป็นอย่างไร เราจะไปอธิบายกันแบบเข้าใจง่ายนะครับ

ทำไมเอฟเวอร์ตันโดนตัดแต้ม?

หลักการของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ คือทุกสโมสรต้องรู้จักวินัยทางการเงิน หาเงินได้เท่าไหร่ ก็ควรใช้เท่านั้น อย่าทำตัวมือเติบ ไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อนักเตะ จนทีมล้มละลาย แบบกรณีของลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เคยพังพินาศมาแล้ว

ดังนั้นพรีเมียร์ลีก จึงมีกฎพิเศษชื่อ Profit and Sustainability Rules ที่ระบุว่าสโมสรฟุตบอล จะสามารถขาดทุนได้สูงสุด 105 ล้านปอนด์ ในช่วงเวลา 3 ปี ถ้าหากขาดทุนเกินกว่านี้ จะมีบทลงโทษ

ในเคสของเอฟเวอร์ตันนั้น ในช่วงซีซั่น 2019-20, 2020-21 และ 2021-22 พวกเขาขาดทุนรวมกัน 124.5 ล้านปอนด์ เกินกว่าลิมิตที่ทางพรีเมียร์ลีกกำหนดไว้ 19.5 ล้านปอนด์

สาเหตุหลักคือการใช้เงินคือการซื้อตัวผู้เล่น และ การไล่ออกโค้ชจนต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมาก Smashingsportclub

ในฤดูกาล 2019-20 เอฟเวอร์ตัน ซื้ออันเดร โกเมส (22 ล้านปอนด์), ฟาเบียน เดลฟ์ (10 ล้านปอนด์), ฌอง-ฟิลิปป์ กบามิน (25 ล้านปอนด์), มอยเซ่ คีน (25.1 ล้านปอนด์) และ อเล็กซ์ อิโวบี้ (28 ล้านปอนด์)

ฤดูกาล 2020-21 ซื้อ อัลลัน (21.7 ล้านปอนด์), เบน ก็อดฟรีย์ (20 ล้านปอนด์), อับดุลลาย ดูกูร์เร่ (20 ล้านปอนด์) และ เซ็นฟรีฮาเมส โรดริเกวซ ที่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยแพงมาก

ฤดูกาล 2021-22 เอฟเวอร์ตัน ก็ยังซื้อเรื่อยๆ เช่น วิตาลี มีโคเลนโก้ (17 ล้านปอนด์), นาธาน แพตเตอร์สัน (12 ล้านปอนด์)

รายชื่อนักเตะทั้งหมดที่กล่าวมาด้านบน เอฟเวอร์ตันใช้การจริงได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ปัจจุบันนี้ ที่ซื้อมา หลายคนโดนปล่อยทิ้งแบบขาดทุน

ส่วนผู้จัดการทีมในรอบ 3 ปี ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้มาร์โก ซิลวา, คาร์โล อันเชล็อตติ และ ราฟาเอล เบนิเตซ เสียเงินเสียทองไปเยอะมาก

การเลือกซื้อนักเตะที่ไม่แม่นยำ และโลเล เรื่องผู้จัดการทีม แป้บเดียวเปลี่ยนคน ทำให้เอฟเวอร์ตันมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าที่ควรจะเป็น

ความซวยของเอฟเวอร์ตันนั้น เกิดขึ้นเพราะทุกอย่างผิดแผน

อธิบายคือทีมใช้เงินเยอะก็จริง แต่ผู้บริหารมีแผนหารายได้ทดแทนเอาไว้อยู่แล้ว แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

แจ๊คพอตแตกครั้งแรก เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2020 เมื่อโควิดเข้ามาถล่มโลก WBET69 พรีเมียร์ลีกสั่งงดแข่ง จากนั้นก็เล่นแบบปิดสนาม

เมื่อแฟนบอลเข้ามาดูในสนามไม่ได้ สโมสรจึงสูญเสียรายได้อย่างหนัก จากทั้งค่าตั๋วเข้าชม และสินค้าที่ระลึกในแต่ละวีกที่หายไป

ตอนนั้นเอฟเวอร์ตันแย่ก็จริง แต่ก็ยังพอถูๆ ไถๆ ไปได้ สาเหตุหลักเพราะพวกเขามีสปอนเซอร์สำคัญ คือบริษัทชื่อ USM ของอลิเชอร์ อุสมานอฟ

บริษัท USM จากรัสเซีย คือเจ้าของเครือข่ายมือถือ MegaFon และเจ้าของสมาร์ทโฟนยี่ห้อ Yota ถือเป็นองค์กรใหญ่ในด้านเทเลคอมทีเดียว

ช่วงที่ผ่านมา USM มีคอนเน็กชั่นที่ดีกับเอฟเวอร์ตัน ช่วยสร้างรายได้ให้กับสโมสรมาตลอด

- ทีมฟุตบอลหญิงของเอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญาหน้าอกเสื้อ ใช้โลโก้ MegaFon ด้วยสถิติตัวเลขที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์บอลหญิงของอังกฤษ

- แบรนด์ Yota เซ็นสัญญา ขอติดโลโก้ ที่แขนเสื้อของทีมฟุตบอลหญิง

- สกอร์บอร์ดที่กูดิสันพาร์ก ติดโลโก้ MegaFon

- สนามซ้อมฟินช์ฟาร์ม เซ็นสัญญาเปลี่ยนชื่อ ใช้เป็น USM Finch Farm

- USM ดีลล่วงหน้า ว่าถ้าสนามเอฟเวอร์ตันแห่งใหม่ แบรมลีย์มัวร์ ด็อค สร้างเสร็จเมื่อไหร่ ทาง USM จะขอซื้อลิขสิทธิ์ชื่อสนาม ด้วยราคา 200 ล้านปอนด์ แบบเดียวกับที่ ฟลาย เอมิเรตส์ ซื้อชื่อสนามของอาร์เซน่อล

ทุกอย่างแพลนไว้ดีแล้ว แต่ปัญหาระลอกใหม่ ก็มาเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เมื่อมีสงครามรัสเซีย - ยูเครน เกิดขึ้น

ฝั่งรัฐบาลอังกฤษ มีมาตรการคว่ำบาตร ไม่ให้รัสเซียเข้ามาทำธุรกิจใดๆ ในอังกฤษได้ นั่นคือเหตุผลที่โรมัน อบราโมวิช จำใจต้องขายเชลซีทิ้ง

ฝั่งเอฟเวอร์ตันก็ไม่ต่างกัน เพราะ USM คือบริษัทของรัสเซีย และ อลิเชอร์ อุสมานอฟเจ้าของ USM คือหนึ่งใน Oligarch หรือมหาเศรษฐีที่ใกล้ชิดกับวลาดิเมียร์ ปูติน ดังนั้นความสัมพันธ์ของเอฟเวอร์ตัน และ USM จำเป็นต้องสิ้นสุดลง

เอฟเวอร์ตันวางแผนไว้หมดแล้ว ว่าจะหาเงินอย่างไรเพื่อทำให้บัญชีไม่ขาดทุนเกินลิมิตที่พรีเมียร์ลีกวางไว้ แต่แผนกลับพังทลายไม่เป็นท่า ใครจะมาคิดว่าทั้งโควิด และสงครามจะมาเกิดในช่วงเวลา 3 ปี

นั่นทำให้พวกเขาคอนโทรลเงินไม่ทัน และสุดท้ายเมื่อยอดรวมขาดทุนเกินลิมิต จึงนำมาสู่บทลงโทษในที่สุด

เอฟเวอร์ตัน สั่งตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน 10 แต้ม โทษฐานบริหารการเงินผิดพลาด

พรีเมียร์ลีก สั่งตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน 10 แต้ม โทษฐานบริหารการเงินผิดพลาด ทำให้พวกเขาหล่นจากอันดับ 14 มาอยู่อันดับ 19 จากที่น่าจะรอดตกชั้นสบายๆ กลายมาต้องดิ้นรนหนีตายเฉยเลย

ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เคยมีการตัดแต้มทั้งหมด 2 ครั้ง

1996 - มิดเดิลสโบรห์ โดนตัด 3 แต้ม หลังจากไม่ยอมลงแข่งกับแบล็คเบิร์นตามกำหนด โดยอ้างว่าตัวผู้เล่นติดเชื้อไวรัส เป็นไข้ยกทีม จนไม่เหลือนักเตะ

2010 - ปอร์ทสมัธ โดนตัด 9 แต้ม หลังจากสโมสรมีปัญหาการเงิน ติดหนี้ ไม่สามารถจ่ายธนาคารได้ตามกำหนดเวลา

ความน่าสนใจคือ ทั้งมิดเดิลสโบรห์ และ ปอร์ทสมัธ ที่โดนตัดแต้ม ต่างตกชั้นทั้งคู่ ดังนั้นก็ต้องมาดูกันว่า เอฟเวอร์ตันในปี 2023 จะร่วงตกชั้นเช่นกันหรือไม่

เมื่อข่าวตัดแต้มถูกประกาศออกไป ฝั่งเอฟเวอร์ตันรู้สึกว่านี่คือการตัดสินที่ไม่ยุติธรรม ปกติเอฟเวอร์ตันวางแผนทางการเงินดีเสมอ แต่ใครจะไปคิดว่าสงครามยูเครน-รัสเซียจะมาเกิดขึ้น ต่อๆ กับโควิด มันไม่มีเวลาให้สโมสรเตรียมตัวเรื่องการเงินเลย

นอกจากนั้นเอฟเวอร์ตันโดนตัดถึง 10 แต้ม ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยผิดนัดชำระธนาคาร ตรงข้ามกับปอร์ทสมัธในปี 2010 ที่ถังแตก ไม่มีเงินจ่ายหนี้ แต่เคสนั้นโดนตัดแค่ 9 แต้ม ถามว่าโทษของเอฟเวอร์ตัน มันจะร้ายแรงกว่าปอร์ทสมัธได้ยังไง

แฟนๆ ทอฟฟี่โมโห มองว่าเอฟเวอร์ตัน ทำผิดกฎ 1 ข้อ โดนปรับ 10 แต้ม แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำผิดกฎ 115 ข้อ จนถึงวันนี้ก็ยังเตะบอลได้ตามปกติสุข ไม่มีการตัดแต้มใดๆ เกิดขึ้น

ไมเคิล บอลล์ อดีตนักเตะของเอฟเวอร์ตัน ทวีตด้วยความโมโหว่า "6 สโมสรที่จะแยกตัวออกไปจัดตั้งซูเปอร์ลีก พวกเขาโดนพรีเมียร์ลีกสั่งปรับเงิน สโมสรละ 2.5 ล้านปอนด์ แต่เอฟเวอร์ตันโดนตัด 10 แต้ม พรีเมียร์ลีกคือองค์กรที่น่าอับอายที่สุดแล้ว"

สถานการณ์ถึงตรงนี้ ฝั่งพรีเมียร์ลีก อนุญาตให้เอฟเวอร์ตันทำการอุทธรณ์ได้ ซึ่งเอฟเวอร์ตันก็เตรียมจะอุทธรณ์แน่ๆ อย่างน้อย ถ้าต้องโดนตัดแต้มจริงๆ ก็ควรจะน้อยลงกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ 10 แต้ม ที่อาจส่งผลให้ทีมตกชั้นได้

ขณะที่ความเห็นของแฟนบอลทั่วไปที่อังกฤษ แบ่งความเห็นเป็นสองมุม

มุมแรกบอกว่า เป็นบทลงโทษที่โหดเกินไป คุณก็เห็นว่า มันเป็นเหตุสุดวิสัย อยู่ๆ สปอนเซอร์หลัก หายเกลี้ยงเพราะสงคราม ใครมันจะไปตั้งตัวติด แล้วเอฟเวอร์ตันก็ไม่เคยมีพฤติกรรมอะไรไม่ดีมาก่อน ตอนนี้ก็ตั้งใจสร้างสนามแข่งใหม่ เพื่อยกระดับทีมให้ดีขึ้น การมาปรับแต้มกันแบบนี้ แรงเกินเบอร์ไปมาก ให้เวลาพวกเขาแก้ไขหน่อยไม่ได้หรือ

แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่า ผิดก็คือผิดสิ อีก 19 สโมสรก็เจอโควิดเหมือนกัน เขายังคอนโทรลการเงินได้เลย กฎมันมีอยู่แล้วแต่แรก ที่สำคัญคุณไปฝากความหวังไว้กับสปอนเซอร์เจ้าเดียว ไม่มีการกระจายความเสี่ยง เมื่อสปอนเซอร์เจ้านั้นหายไป แล้วคุณขาดทุนเกินลิมิต ถามว่าจะไปโทษใครได้

ส่วนตัวผมคิดว่า 10 แต้มที่เอฟเวอร์ตันโดนตัด จะไม่มีเปลี่ยนแล้วครับ คือกว่าจะอุทธรณ์เสร็จ ก็คงล่วงเลยไปฤดูกาลหน้าแล้ว ดังนั้นทีมทอฟฟี่ ต้องสู้อย่างสุดใจ เพื่อเอาตัวรอดให้ได้ก่อน

อันดับตารางคะแนนในพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ หลังการตัดแต้ม เป็นแบบนี้ครับ

16 : บอร์นมัธ (9 แต้ม ลูกได้เสีย -16)

17 : ลูตัน ทาวน์ (6 แต้ม ลูกได้เสีย -12)

18 : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (5 แต้ม ลูกได้เสีย -21)

อันดับ 19 : เอฟเวอร์ตัน (4 แต้ม ลูกได้เสีย -3)

อันดับ 20 : เบิร์นลีย์ (4 แต้ม ลูกได้เสีย -21)

ถ้าดูแล้ว เอฟเวอร์ตันมีแต้มห่างจากโซนปลอดภัยแค่ 2 แต้มเท่านั้นเอง ต่อให้โดนตัด 10 แต้ม พวกเขาก็ยังมีลุ้นอยู่รอดได้ แต่ตอนนี้ต้องตั้งสติให้ไว อย่าไปโทษโชคชะตา แล้วเดินหน้าคว้าชัยชนะให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ สโมสรที่อยู่ในลีกสูงสุดมายาวนานที่สุดตลอดกาล คืออาร์เซน่อล อยู่มาตั้งแต่ปี 1919 ไม่เคยตกชั้น (104 ปี)

ส่วนอันดับสองก็คือ เอฟเวอร์ตัน อยู่มาตั้งแต่ปี 1954 ไม่เคยตกชั้น (69 ปี)

เอฟเวอร์ตันอยู่ในลีกสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซีด้วยซ้ำ พวกเขาอึดมาก ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย แต่มาคราวนี้ ไม่รู้จะรอดได้อีกไหม นี่คือบททดสอบที่สาหัสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

สำหรับนักเตะ และแฟนๆ ทีมทอฟฟี่ นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องรวมพลังใจกันอย่างแท้จริง ถ้าหากคุณจะเอาตัวรอดจากการโดนตัด 10 แต้มได้ จิตใจต้องแข็งแกร่งอย่างมาก

69 ปี ไม่เคยตกชั้นจะสิ้นสุดในฤดูกาลนี้หรือไม่ เราจะได้รู้คำตอบกันในอีกไม่นานนี้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *